Living Streams

เกี่ยวกับพระเยซู

เกี่ยวกับพระเยซู

“ทุกวันนี้เรามีความสุขแล้วหรือไม่?”

“ชีวิตเราสมบูรณ์แล้วหรือยัง  ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกไหม”

“สันติสุขของชีวิตมนุษย์ ที่แท้จริงแล้วมันคืออะไร?”

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่มีอยู่ในใจมนุษย์มาหลายยุคหลายสมัย  อันนำไปสู่การแสวงหาหนทางที่จะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นในหลากหลายวิธี

แต่ละช่วงชีวิตของแต่ละคน คงมีจุดที่คิดว่า “พยายามอีกนิด อดทนอีกหน่อย ตั้งใจเรียนหนังสือ จะได้มีงานดีๆ ทำ พอได้งานดีๆ ทำก็ต้องยอมเหนื่อยอีกหน่อย ขยันๆ เพื่อจะได้มีเงิน มีอนาคตที่ดี”  พอทำงานไปได้สักพัก บ้างก็โสด บ้างก็แต่งงาน สักพักก็มีลูก เผลอไม่ทันไรก็ได้มีสถานะกลายเป็นปู่ ย่า ตา ยาย และไม่ช้าไม่นาน วันๆนั้นที่ทุกคนต้องเจอก็ได้มาถึงคือวันที่ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น   บางคนมีโอกาสที่ดีหน่อยก็ได้ไปอย่างสงบ ไม่ต้องมีโรคภัยไข้เจ็บให้เจ็บปวดทรมานก่อนตาย   หลายคนก็บอกว่าตายไปแล้ว อยากไปสวรรค์ ไม่อยากลงนรก แต่เราจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ได้อย่างไรหากเรายังไม่รู้จักเจ้าบ้าน หรือเจ้าของสวรรค์!

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐก็จริง แต่หลายครั้งหลายหน เราเองก็ได้ทำอะไรผิดพลั้งพลาดไป  ความผิดบางอย่างที่ผิดศีล ผิดธรรม ทั้งทางกาย วาจา และใจ เราก็เรียกว่า บาป  เช่น การโกหก การฆ่าคน เป็นต้น  มนุษย์เองจึงพยายามหาหนทางที่จะแก้ไขและป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จึงก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนา”   มนุษย์แต่ละคนที่มีความบาปก็พยายามทำดี เพราะคิดว่าการทำดีจะทำให้เราหลุดจากวงจรดังกล่าวได้    การทำดีไม่ใช่สิ่งผิด เป็นสิ่งดีที่ทุกศาสนาสอนไว้ ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แต่หนทางเหล่านั้น เป็นสิ่งที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากวงจรเหล่านั้นได้จริงหรือ  มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?

ตั้งแต่ก่อนวันที่เราได้ลืมตาดูโลกนี้มา ได้มีผู้หนึ่งที่ได้เฝ้ามองดูเราอยู่ และเป็นผู้ที่ รู้จักเราดียิ่งกว่าที่เรารู้จักตัวเราเองเสียอีก  รู้แม้กระทั่งว่าบนหัวเรามีจำนวนเส้นผมกี่เส้น  เขาผู้นั้นย่อมรู้จักเราดีแน่นอน เพราะเขาเป็นคนสร้างเรามา   เป็นผู้ที่วางแผนการที่ดีเลิศมาให้เราแต่ละคนอย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งผู้นั้นก็คือ “พระเจ้า” พระองค์รักมนุษย์อย่างเราทุกคน รักเราเหมือนเราเป็นลูกคนเดียวบนโลกนี้ พระองค์ได้บอกไว้ว่า รักเราดั่งแก้วตาดวงใจของพระองค์  พระองค์จึงได้ส่งผู้หนึ่ง มายังโลกนี้เพื่อช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงจรนี้ เขาคนนั้นคือ “พระเยซูคริสต์” บุตรพระเจ้า

พระเยซูได้ลงมาบังเกิดเกิดบนโลกนี้เมื่อ 2000 กว่าปีที่แล้ว พระองค์ได้แสดงฤทธิ์อำนาจเหนือธรรมชาติด้วยการสั่งลมสั่งพายุให้หยุดได้ และได้ช่วยเหลือประชาชนมากมาย เช่น ทำให้คนง่อยเดินได้ คนตาบอดได้มองเห็น คนหูหนวกได้ยิน และคนตายได้ฟื้นขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จุดประสงค์หลักที่พระองค์มายังโลกนี้ จุดประสงค์หลักคือมายอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปกรรมเวรของมนุษย์ และพอถึงวันที่สามพระองค์ก็ฟื้นคืนชีวิต เนื่องจากพระองค์มีฤทธานุภาพที่ความตายไม่อาจหยุดยั้งพระองค์ไว้ได้ ซึ่งก็ได้มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นบันทึกเหตุการณ์ต่างๆไว้ นอกจากนี้พระองค์ยังได้สัญญาว่าจะอยู่กับเรา คอยช่วยเหลือและดูแลเรา ไม่มีวันทิ้งเราไปไหนเลย

พระเยซูไม่ได้แค่บอกหนทางว่าจะทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นได้ แต่พระองค์มาทำให้เห็น มาแก้ให้จริง ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งไปไหน พระองค์มาเพื่อเป็น “ทาง” ให้เรากลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระผู้สร้าง  เป็น “ความจริง” ที่จะทำให้เราได้ตาสว่าง ได้พบกับคำตอบของทุกคำถามในชีวิต และเป็น “ชีวิต” ที่จะเติมเต็มชีวิตของเราให้ “ครบบริบูรณ์” นอกจากนี้ พระองค์ยังได้เชื้อเชิญบรรดาผู้ที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก ให้มาหาพระองค์ เพื่อที่เขาจะได้หายเหนื่อย และเป็นสุข ใครก็ตามที่เข้ามาหาพระองค์จะได้อิ่มใจ เพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ว่าจะให้ “สันติสุข” หรือ “สันติภาพ” แก่เขา ซึ่งโลกนี้ไม่สามารถให้ได้เลย สันติสุขนี้จะคอยคุ้มครองความคิดและจิตใจเรา ทำให้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา เราก็จะไม่วิตกและไม่กลัว และเราสามารถสัมผัสสันติสุขนั้นได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้!

หากท่านอยากรู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว อยากมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ อยากสัมผัสสันติสุขที่โลกนี้ให้ไม่ได้ ท่านสามารถออกเสียงอธิษฐานได้ตามดังนี้

“องค์พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรของพระเจ้า และได้มายังโลกนี้มาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปกรรมเวรของข้าพเจ้า และฟื้นขึ้นจากตาย  เสด็จไปสู่สวรรค์ ข้าพเจ้าต้องการพระองค์  ข้าพเจ้าขอเปิดประตูใจของข้าพเจ้า  ต้อนรับเอาพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้ายอมรับกับพระองค์ว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาป  และขอสารภาพความผิดบาปทั้งสิ้นของข้าพเจ้า  ขอบพระคุณพระองค์ที่ได้ทรงโปรดอภัยโทษบาปผิดให้ข้าพเจ้าแล้ว  และได้โปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ข้าพเจ้า  ขอได้โปรดครอบครองชีวิตของข้าพเจ้า และกระทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นไปตามแนวทางของพระองค์เถิด  ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”

เมื่อได้อธิษฐานสารภาพบาปและต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในใจแล้ว ขอให้เรามีความมั่นใจดังที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ว่า

“คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด   ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด”    (โรม 10:9-10)


หรือ หากท่านต้องการร่วมกันศึกษาเพิ่มเติม หรือต้องการรับคำอธิษฐานสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ ….





กรอกตัวอักษรเหล่านี้ลงในช่อง captcha

พระคัมภีร์

ลองอ่านถึงสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงเขียนถึงเรา เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้นว่า พระเจ้าคือใคร และพระองค์รักคุณมากเพียงใดอ่านต่อ..